ข่าวสาร

เช็กลิสต์การบำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟโรงงานที่ต้องทำเป็นประจำ

เครื่องปั่นไฟ หรือ Power Generator เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ต้องให้ความสำคัญในการดูแลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และมีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเฉพาะเครื่องปั่นไฟโรงงานที่มีการใช้งานอย่างหนักเป็นประจำทุก ๆ วัน โดยหากคุณอยากดูแลเครื่องปั่นไฟให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน และทำงานเต็มประสิทธิภาพได้ทุกเมื่อ วันนี้เรามีเช็กลิสต์สำหรับการบำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟโรงงานมาฝากกัน จะเป็นอย่างไรหากไม่บำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟ Generator อย่างสม่ำเสมอ การตรวจเช็กสภาพและบำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟนั้นมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้ป้องกันและรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องปั่นไฟได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นก่อนที่จะไปดูเช็กลิสต์การบำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟ หรือ Generator เรามาดูกันว่าหากละเลยการดูแลรักษาเครื่องปั่นไฟจะทำให้เกิดปัญหาใดได้บ้าง เครื่องปั่นไฟเสื่อมสภาพไว การไม่บำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เครื่องปั่นไฟเสื่อมสภาพไว เพราะต้องทำงานหนักกว่าปกติ แถมส่วนประกอบต่าง ๆ ก็อาจเสียหายไวกว่าด้วย ดังนั้นการละเลยไม่บำรุงรักษาจึงอาจทำให้เครื่องปั่นไฟเสียหายไว จนมีอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควร และใช้งานได้ไม่คุ้มค่า คุ้มราคาเครื่องปั่นไฟ อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงมาก หากละเลยการบำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟเป็นประจำ จะทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องปั่นไฟเป็นเงินจำนวนมากในครั้งเดียว ซึ่งอาจแพงกว่าการเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลสภาพเครื่องปั่นไฟเป็นประจำอีกด้วย หรือหากเครื่องปั่นไฟเสียหายหนักก็อาจจะทำให้ซ่อมไม่ได้ และจำเป็นต้องซื้อเครื่องใหม่ ซึ่งจะทำให้เสียงบประมาณจำนวนมากซ้ำสอง ประสิทธิภาพเครื่องปั่นไฟลดลง การไม่ดูแลเครื่องปั่นไฟ จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องลดลง ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าในโรงงาน จนกระบวนการทำงานหงุดชะงัก เครื่องจักรไม่สามารถทำงานได้ จึงผลิตหรือจัดส่งสินค้าได้ช้ากว่ากำหนด และนั่นจะส่งผลกระทบในทางที่ไม่ดีต่อธุรกิจของคุณแน่นอน สิ้นเปลืองพลังงาน เครื่องปั่นไฟจะต้องทำงานหนัก และใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นในการทำงานหากไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้คุณต้องสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันมากกว่าปกติ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซื้อเชื้อเพลิงอีกด้วย เช็กลิสต์การบำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟ สำหรับการบำรุงรักษาเครื่องปั่นไฟ มีบางสิ่งที่ควรทำทุกวัน และมีบางอย่างที่ควรทำทุก 3 เดือน ทุก…

เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง VS สลับ เลือกใช้แบบไหนดี?

ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กระดับ SME ไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญระดับมหาชน หนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อความลื่นไหลปลอดภัยสำหรับการผลิตและให้บริการคือ ‘เครื่องกำเนิดไฟฟ้า’ อย่างไรก็ตาม เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถแบ่งออกได้อีกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงและเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ และถึงแม้ว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทนี้ต่างก็มีจุดประสงค์พื้นฐานในการแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในหลายด้านเช่นกัน ซึ่งในบทความนี้เราจะมาสำรวจถึงความเหมือนและความแตกต่างดังกล่าว เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประเภทไหนตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการมากกว่า ติดตามได้เลย ทำความรู้จักเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current Generator) เป็นอุปกรณ์แม่เหล็กไฟฟ้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าไหลในทิศทางเดียวและคงที่ ประกอบด้วยส่วนที่อยู่กับที่ ซึ่งเรียกว่าสเตเตอร์ (Stator) และส่วนประกอบที่หมุนได้ ซึ่งเรียกว่าอาร์มาเจอร์ (Armature) โดยสเตเตอร์ประกอบด้วยขดลวดสนามที่สร้างสนามแม่เหล็ก ในขณะที่อาร์มาเจอร์มีลักษณะเป็นแกนโลหะรูปกระบอกที่พันด้วยขดลวดทองแดงไว้สำหรับสร้างกระแสไฟฟ้า หลักการทำงานของ เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไปตามกฎการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าของฟาราเดย์ (Michael Faraday) โดยเมื่อส่วนกระดองหมุนภายในสนามแม่เหล็ก ฟลักซ์แม่เหล็ก (Magnetic Flux) จะตัดผ่านตัวนำของอาร์มาเจอร์ ทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้า (EMF) ทิศทางของกระแสไฟฟ้าจะถูกกำหนดโดยทิศทางการหมุนและขั้วของสนามแม่เหล็ก เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงนิยมสำหรับใช้งานในโดเมนต่าง ๆ รวมถึงระบบการชาร์จแบตเตอรี่ การชุบด้วยไฟฟ้า และกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส เนื่องจากความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง จึงเหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการแหล่งจ่ายไฟคงที่ ทำความรู้จักเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternator Generators) หรือที่เรียกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซิงโครนัส (Synchronous…

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าของไทยเป็นแบบไหน มีอะไรบ้าง

เคยสงสัยหรือไม่ว่า ประเภทของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้ามีอะไรบ้าง มีความแตกต่างจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟที่ใช้ในครัวเรือนหรือโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ แล้วนอกจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงงานไฟฟ้าเป็นแบบใดแล้ว ภายในโรงไฟฟ้ายังมีอุปกรณ์อะไรที่น่าสนใจบ้าง วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแต่ละประเภทกันเลย องค์ประกอบของโรงไฟฟ้ามีอะไรบ้าง การผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า นอกจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้ายังมีอะไรบ้างที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า เครื่องต้นกำลัง คือ ส่วนที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยการหมุนขดลวด ซึ่งมีทั้งระบบเชื้อเพลิง ระบบระบายความร้อน ระบบไอเสีย และระบบเริ่มเดินเครื่อง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า คือ ส่วนที่สร้างกระแสไฟฟ้า ประกอบไปด้วยส่วนที่หมุน (Rotor) ส่วนที่อยู่กับที่ (Stator) ส่วนกระตุ้น (Exciter) และส่วนควบคุมแรงดัน (Voltage Regulator ) แผงควบคุม คือ ส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และตรวจสอบการผลิตกระแสไฟฟ้า รวมไปถึงการควบคุมส่วนอื่น ๆ ภายในโรงไฟฟ้า หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าคือ เครื่องต้นกำลังจะทำหน้าที่ในการหมุนกังหัน หรือแกน เพื่อหมุนขดลวดที่อยู่ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เกิดการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าจนได้พลังงานไฟฟ้าแจกจ่ายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าเป็นแบบใด เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าประเทศไทย สามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้ 1. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ Synchronous เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ Synchronous หรือที่เรียกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternators) เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้พลังงานกลมาหมุนเพลาและกลายเป็นพลังงานไฟฟ้า  โดยใช้การหมุนขดลวดตัดกับสนามแม่เหล็กที่อยู่ด้านในเครื่อง สร้างแรงบิด จนเกิดความต่างศักย์ เหนี่ยวนำจนเกิดกระแสไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบนี้…

รู้หรือยัง? เครื่องปั่นไฟใช้ได้กี่ชั่วโมง ใช้ต่อเนื่องได้ไหม

รู้หรือไม่ว่าเครื่องปั่นไฟที่คุณใช้อยู่นั้นใช้ได้กี่ชั่วโมง ใช้ต่อเนื่องได้ไหม และขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง? หากคุณอยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เครื่องปั่นไฟใช้งานได้ยาวนาน บทความนี้มีคำตอบมาให้คุณ พร้อมแชร์วิธีการเลือกเครื่องปั่นไฟที่สามารถทำงานต่อเนื่องได้ยาวนาน เครื่องปั่นไฟ หรือเครื่องกำเนิดไฟ (Power Generator) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า และสำรองไฟฟ้าที่ใช้กันทั่วไปทั้งในบ้าน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานที่ทำการต่าง ๆ โดยนิยมใช้อย่างมากในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้งานเครื่องจักรที่ต้องใช้ไฟฟ้าเยอะ รวมถึงเครื่องปั่นไฟนั้นยังสามารถใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าได้ด้วย อย่างเช่นการใช้งานภาคสนาม หรือในพื้นที่ห่างไกล ดังนั้น ความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้า และทำงานได้หลายชั่วโมงอย่างต่อเนื่องกันจึงสำคัญมาก ปัจจัยใดที่ทำให้เครื่องปั่นไฟใช้งานได้นาน ? ความสามารถและระยะเวลาในการทำงานต่อเนื่องของเครื่องปั่นไฟนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น 1. ขนาดเครื่องปั่นไฟ เรื่องของขนาดนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของเครื่องปั่นไฟ โดยยิ่งเครื่องปั่นไฟมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งผลิตไฟได้มาก และใช้งานได้ยาวนานกว่าด้วย จึงจะเห็นได้ว่าตามโรงงานต่าง ๆ และสถานที่ใหญ่ ๆ จึงจะเลือกใช้เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่นั่นเอง 2. ความจุของถังน้ำมัน อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เครื่องปั่นไฟสามารถใช้งานได้ยาวนานอย่างต่อเนื่องกันก็คือ ความจุของถังน้ำมันใหญ่นั่นเอง โดยที่เครื่องปั่นไฟที่มีถังน้ำมันขนาดใหญ่ก็จะสามารถจุน้ำมันได้มากกว่า และทำให้เครื่องปั่นไฟสามารถทำงานและผลิตไฟฟ้าติดต่อกันได้ยาวนาน โดยไม่ต้องหยุดการทำงานเพื่อเติมน้ำมันบ่อย ๆ 3. อัตราการใช้น้ำมันของเครื่องยนต์ แม้ว่าความจุของถังน้ำมันจะมีความสำคัญ แต่อัตราการใช้น้ำมันของเครื่องยนต์ในเครื่องปั่นไฟก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเครื่องยนต์แต่ละแบบจะมีอัตราการใช้น้ำมันไม่เท่ากัน แม้ว่าจะมีถังน้ำมันขนาดใหญ่แต่หากเครื่องยนต์ที่ใช้จำเป็นต้องใช้ปริมาณน้ำมันเยอะก็ทำให้น้ำมันหมดเร็ว และทำให้เครื่องปั่นไฟมีระยะการทำงานสั้นลงได้เหมือนกัน แต่หากเลือกเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันก็จะทำให้เครื่องปั่นไฟใช้งานได้นานมากกว่า เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันหนึ่งครั้งเท่ากัน 4. แบตเตอรี่ แบตเตอรี่ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้เครื่องปั่นไฟสามารถทำงานได้ยาวนานและต่อเนื่อง…

เครื่องปั่นไฟ Inverter VS เครื่องปั่นไฟ Generator

ไฟฟ้า คือปัจจัยสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตมนุษย์ยุคปัจจุบัน เป็นส่วนสำคัญของทุกภาคส่วน ตั้งแต่บ้าน ธุรกิจ ไปจนถึงระบบสาธารณูปการอย่างโรงเรียนและโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การเดินกระแสไฟฟ้าในปัจจุบันจะพัฒนาไปมาก แต่ก็ยังมีเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ไฟฟ้าดับได้เสมอ รวมถึงอีกหลายพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหานี้  ‘เครื่องปั่นไฟ’ หรือ ‘ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า’ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยมีทั้งประเภทเครื่องปั่นไฟ Inverter และ Generator  ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ทั้งสองประเภทนี้จะใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างอยู่หลายประการ ในบทความนี้ เราจะสำรวจความแตกต่างดังกล่าว อธิบายให้เข้าใจฉบับง่าย พร้อมตอบคำถามว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบไหนตอบโจทย์การใช้งานต่อความต้องการที่สุด ติดตามได้เลย   เครื่องปั่นไฟ Inverter คืออะไร? เครื่องปั่นไฟ Inverter คืออุปกรณ์ที่ใช้แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) โดยทั่วไปจะใช้ในรูปแบบงานที่ต้องการไฟ AC แต่กระแสไฟที่มีเป็น DC เช่น ในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ หรือในยานพาหนะที่มีแบตเตอรี่ DC  เครื่องปั่นไฟ Inverter มีหลายประเภท ได้แก่ คลื่นไซน์บริสุทธิ์ คลื่นไซน์ดัดแปลง และคลื่นสแควร์ แน่นอนว่าข้อดีของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประเภทนี้มีหลายประการ เช่น ประสิทธิภาพสูง ก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่ำ แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกำลังขับที่จำกัด และใช้ต้นทุนสูงในการทำงาน…

ขั้นตอนการเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ยาว ๆ

“เครื่องปั่นไฟ” เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง หรือมีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก จนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ไปจนถึงการใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองหากเกิดกรณีที่ไฟฟ้าหลักขัดข้องหรือมีปัญหา แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราต้องการเลือกขนาดเครื่องปั่นไฟขนาดไหน และแบบไหน จึงจะเหมาะสม วันนี้เราจะพาทุกคนมาลองนั่งคำนวณกันเลย วิธีคำนวณกำลังไฟในการเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ ขั้นตอนแรกที่เราจะต้องทำก็คือ จะต้องรู้ว่าเราซื้อมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่น การเป็นเครื่องจ่ายไฟหลัก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ใช้เป็นไฟสำรองในบ้าน ใช้งานออกอิเวนต์หรืองานภาคสนามที่ต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม ไปตั้งแคมป์ รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างหาก เพื่อที่จะได้คำนวณ เลือกขนาดและประเภทของเครื่องปั่นไฟได้อย่างเหมาะสม โดยมีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้  ลิสต์รายชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือกำลังไฟที่เราต้องการใช้ ก่อนที่เราจะซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เราจะต้องรู้ว่าเราจะใช้จ่ายไฟให้แก่อุปกรณ์อะไรบ้าง โดยลองลิสต์ประเภท กำลังไฟ รวมถึงจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด  จากนั้นให้เราแยกประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีมอเตอร์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ ซึ่งหากว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าของเราไม่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ สามารถที่จะบวกและคำนวณไฟได้ตามที่ระบุบนเครื่องไว้ได้เลย แต่หากว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีมอเตอร์จะต้องบวกกำลังไฟในช่วงที่เริ่มทำงานจากกำลังไฟปกติไปสัก 4-5 เท่า เพื่อความปลอดภัย  ตัวอย่างของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ เช่น เครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ พัดลมอุตสาหกรรม ตารางรายการเครื่องใช้ไฟฟ้าและกำลังไฟที่ต้องการใช้ ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า  จำนวนวัตต์ จำนวนชิ้น รวมจำนวนวัตต์ที่ใช้ มีมอเตอร์หรือไม่ ถ้ามี x5  เครื่องปรับอากาศ 1,000 วัตต์ 1 1,000 วัตต์ 5,000 วัตต์ เตารีด 700…

เผยเหตุผลที่ธุรกิจท่องเที่ยวควรใช้เครื่องปั่นไฟเสียงเบา

ประกอบการอุตสาหกรรมสายท่องเที่ยวควรมีติดไว้พร้อมทำงาน เนื่องจากประโยชน์มากมายที่ตอบโจทย์กับอุตสาหกรรมประเภทนี้ได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้คิดเช่นนั้น บทความนี้จึงจะมาตอบทุกข้อสงสัยแบบจบครบที่เดียว ให้ผู้ประกอบการสายท่องเที่ยวได้กระจ่างว่าทำไมถึงควรกับเครื่องปั่นไฟเสียงเบา ติดตามได้เลย เครื่องปั่นไฟเสียงเบาคืออะไร? เครื่องปั่นไฟเสียงเบา เป็นเครื่องปั่นไฟประเภทที่มีเครื่องยนต์ทำงานโดยไม่ส่งเสียงดังมากเมื่อเทียบกับเครื่องปั่นไฟระบบ Generator ที่ใช้กันทั่วไป โดยเครื่องปั่นไฟที่มีเสียงเบาที่สุดในปัจจุบันจะเป็นเครื่องปั่นไฟระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ซึ่งเครื่องปั่นไฟระบบนี้จะทำงานโดยใช้วงจรอินเวอร์เตอร์ในการแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ได้รับจากแหล่งจ่ายไฟ เช่น ระบบโซลาร์เซลล์ หรือแบตเตอรี่ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่เหมาะกับการใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในบ้าน และอาคารทั่วไป  เครื่องปั่นไฟชนิดนี้มีจุดเด่นคือไม่ส่งเสียงดังรบกวน และยังใช้น้ำมันน้อยอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า และคุณสมบัติที่ทำงานได้แม้ใช้น้ำมันน้อยกว่า ก็ทำให้เครื่องปั่นไฟชนิดนี้มีราคาสูงกว่าเครื่องปั่นไฟชนิดอื่น ๆ  ทำไมผู้ประกอบการถึงควรลงทุนกับเครื่องปั่นไฟเสียงเบา? การลงทุนซื้อเครื่องปั่นไฟเสียงเบาเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหลายท่านยังคงลังเลว่าควรจะลงทุนดีหรือไม่ เพราะฉะนั้นแล้วมาดูกันเลยว่าการที่ธุรกิจท่องเที่ยวเลือกใช้เครื่องปั่นไฟอินเวอร์เตอร์เสียงเบานั้นมีประโยชน์อย่างไร การทำงานที่เงียบ ไม่รบกวนลูกค้าขณะใช้งาน เครื่องปั่นไฟเสียงเบาแบบนี้มีประโยชน์ต่อธุรกิจท่องเที่ยวมาก ๆ เพราะจะไม่สร้างเสียงรบกวนลูกค้า นักท่องเที่ยวที่ต้องการความเงียบ สงบ และเป็นส่วนตัว ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าได้มากกว่าที่เคย ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า เครื่องปั่นไฟระบบอินเวอร์เตอร์ที่ใช้น้ำมันน้อยเหล่านี้ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างน้ำมันในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ จึงมีประโยชน์ทั้งในด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำมันด้วยเช่นกัน ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย และจัดเก็บ เครื่องปั่นไฟอินเวอร์เตอร์นั้นสามารถจัดเก็บและพกพาได้ง่าย ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังจุดต่าง ๆ หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายดาย สามารถใช้เป็นเครื่องปั่นไฟติดรถเอาไว้ใช้งานนอกสถานที่ได้ และยังสามารถจัดเก็บให้เป็นระเบียบได้…

วิธีเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับกองถ่ายทำภาพยนตร์และละคร

สำหรับกองถ่ายภาพยนตร์และกองถ่ายละคร การถ่ายทำนอกสถานที่เป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง ซึ่งในบางพื้นที่นั้นก็ไม่มีไฟฟ้าสำหรับใช้ในกองถ่าย หรือหากมีก็กำลังไฟไม่มากพอ เครื่องปั่นไฟจึงถูกนำมาใช้ในการถ่ายทำ หากว่าใครกำลังมองหาเครื่องปั่นไฟสำหรับกองถ่ายทำภาพยนตร์ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไรดี ให้มีกำลังไฟเพียงพอต่อความต้องการ สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการเลือกมาฝากกัน 1. คำนวณก่อนว่าเราต้องการใช้ไฟเท่าไร  อันดับแรกลองพิจารณาก่อนว่า เราต้องการใช้ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน เป็นกองถ่ายขนาดเล็ก หรือกองถ่ายขนาดใหญ่ เพื่อที่จะได้คำนวณไฟฟ้าที่ต้องการ และเลือกเครื่องปั่นไฟให้สามารถจ่ายไฟได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม การคำนวณจำนวนไฟที่เราต้องใช้งานนั้น เราจะต้องรู้จักกับหน่วยวัดไฟฟ้าเพื่อเป็นพื้นฐานในการคำนวณ นั่นก็คือ วัตต์ โวลต์ และแอมแปร์ โดยสามารถคำนวณได้ดังนี้  จำนวนวัตต์ = จำนวนโวลต์ (ของไทยคือ 220V) x แอมป์ แอมป์ = จำนวนวัตต์ / จำนวนโวลต์  สูตรดังกล่าว จะทำให้เราทราบได้ว่า ที่จริงแล้วเราต้องใช้ไฟกี่แอมป์ หรือกี่วัตต์กันแน่ ตัวอย่างเช่น หากว่าเราบวกไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ในกองแล้วได้เท่ากับ 5,000 วัตต์ แล้วต้องการรู้ว่าเราต้องใช้ไฟกี่แอมป์ เราสามารถคำนวณได้จากสูตร โดยเอาจำนวนวัตต์คือ 5,000 / 220 จะได้เท่ากับ 22.72 แอมป์ หากว่าไฟบ้านหรือสถานที่ที่เราจะไปถ่ายทำมีมิเตอร์ไฟแค่…

คู่มือ: เลือกเครื่องปั่นไฟอย่างไรให้เหมาะกับไซต์งานก่อสร้าง?

การจ่ายไฟด้วยกำลังไฟที่เหมาะสม ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมากสำหรับไซต์งานก่อสร้าง เนื่องจากยังมีเครื่องจักรและอุปกรณ์บางชนิดที่ต้องการพลังงานไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งถ้าผู้รับเหมามือใหม่คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเครื่องปั่นไฟอย่างไรให้เหมาะกับไซต์งานก่อสร้าง วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ มาฝากกัน เครื่องปั่นไฟมีความสำคัญอย่างไรต่อไซต์งานก่อสร้าง? เป็นเรื่องธรรมดาที่งานดำเนินการภายในไซต์ก่อสร้าง จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนการทำงานของอุปกรณ์และเครื่องจักรต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้ ว่ากำลังไฟนั้นไม่ได้มาจากการเสียบปลั๊กเหมือนกับที่เราคุ้นเคย แต่ต้องใช้ “เครื่องกำเนิดไฟฟ้า” หรือ “เครื่องปั่นไฟ” เพื่อให้สามารถใช้งาน พร้อมจ่ายกำลังไฟได้อย่างต่อเนื่อง จึงสรุปได้ว่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีความสำคัญต่อการทำงานในไซต์งานก่อสร้างได้ ดังนี้ เป็นแหล่งพลังงานหลัก: ใช้จ่ายไฟสำหรับการให้แสงสว่างภายในไซต์งาน ขับเคลื่อนการทำงานของอุปกรณ์และเครื่องจักร โดยเครื่องปั่นไฟจะทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบโครงข่ายไฟฟ้า จ่ายพลังงานสำรองได้ดี: ในกรณีที่โซลูชันหลักอย่างเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่เกิดขัดข้อง จนทำให้ไม่สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ ก็สามารถใช้เครื่องกำเนิดไฟขนาดเล็กมาจ่ายไฟสำรองในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ไซต์งานก่อสร้างสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง พกพาสะดวก: สืบเนื่องมาจากหน้าที่ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก อุปกรณ์ที่ควรมีในไซต์ก่อสร้าง เพราะนอกจากจะช่วยจ่ายไฟสำรองได้แล้ว ยังพกพาง่าย สามารถเคลื่อนย้ายไปยังจุดที่ต้องการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ประหยัดต้นทุนด้านไฟฟ้า: เพราะเครื่องปั่นไฟถือเป็นโซลูชันสำคัญในการผลิต และจ่ายกระแสไฟฟ้าให้คุณสามารถใช้งานในไซต์ก่อสร้างได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องติดตั้งโครงข่ายไฟฟ้าที่เป็นการเพิ่มต้นทุน ส่งผลให้สามารถควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง โดยรวมแล้ว เครื่องกำเนิดไฟถือได้ว่ามีความจำเป็นในไซต์ก่อสร้างเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้ และสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างยืดหยุ่น จนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้โครงการก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่น ไร้อุปสรรคจากการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าที่ทำให้เกิดความล่าช้าที่อาจส่งผลกระทบมากมายในอนาคต ขนาดเครื่องปั่นไฟที่เหมาะสมในไซต์งานก่อสร้าง ขนาดของไซต์งานก่อสร้างมีความแตกต่างกัน ซึ่งอยู่กับสโคปงานที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสะพานขนาดเล็ก ๆ ที่พักอาศัยส่วนบุคคล ร้านค้า ตลอดจนโปรเจกต์ใหญ่ ๆ อย่างหมู่บ้านจัดสรร…

แนะนำเครื่องปั่นไฟ ITC POWER ที่เหมาะกับงานอีเวนต์

ใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และช่วงนี้ยังมีงานอีเวนต์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานดนตรีในสวน งานหนังกลางแปลง และการขายสินค้าต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เครื่องปั่นไฟ ที่จะช่วยส่งพลังงานไปให้กับร้านค้าต่าง ๆ และช่วยสร้างความสดใสให้กับงาน  เครื่องปั่นไฟ ITC Power เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าคุณภาพสูงจากประเทศจีน มีทั้งเครื่องปั่นไฟขนาด 5kVA ไปจนถึง 34kVA และมีทั้งเครื่องยนต์แบบดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน ราคาไม่แพง จึงเหมาะสำหรับการใช้งานตามอีเวนต์ต่าง ๆ แต่จะมีวิธีเลือกอย่างไร และมีรุ่นไหนแนะนำบ้าง ไปดูกันเลย วิธีการเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับงานอีเวนต์นอกสถานที่ การเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับงานอีเวนต์นอกสถานที่ ส่วนใหญ่เจ้าของงานนิยมเช่ามากกว่าการซื้อขาด เว้นแต่จะเป็นบริษัทที่จัดงานอีเวนต์เป็นประจำทุกสัปดาห์ หรือเป็นบริษัทที่ให้เช่าอุปกรณ์จัดงานด้วย แต่ในการเลือกเครื่องปั่นไฟที่ตอบโจทย์กับลักษณะงาน ควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้ ปริมาณไฟที่ต้องการจะใช้ การเลือกจำนวนไฟหรือจำนวนวัตต์ของเครื่องปั่นไฟ ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะคำนวณตัวเลข เราจะต้องรู้ก่อนว่า เราต้องการนำเครื่องปั่นไฟมาใช้เป็นไฟหลัก เพื่อแจกจ่ายให้กับคนทั้งงาน หรือว่าใช้เป็นไฟสำรองเท่านั้น แต่หากว่าต้องการใช้เป็นไฟหลักของงาน ควรจะมีเครื่องปั่นไฟสำรองไว้อีกหนึ่งเครื่อง เพื่อสลับกันใช้งาน ไม่ให้ใช้งานต่อเนื่องกันมากเกินไป  จากนั้นเราควรจะคำนวณจำนวนไฟที่ต้องการจะใช้งาน ซึ่งหากว่าเป็นงานอีเวนต์แสดงสินค้า หรือขายของ ควรจะให้ร้านค้าต่าง ๆ คำนวณปริมาณไฟที่ต้องการ หากร้านใดต้องการใช้ไฟมากจะต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อที่จะคำนวณปริมาณไฟได้อย่างถูกต้อง  สิ่งที่เราควรรู้ในการคำนวณปริมาณไฟก็คือ หากว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ อย่างเครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ อาจจะต้องคูณจำนวนวัตต์ไปอีก 4-5 เท่า…

เครื่องปั่นไฟ Atlas Copco P3500i สำหรับแคมป์ปิ้ง

ถึงจะไปตั้งแคมป์กลางป่า ก็ไม่จำเป็นต้องขาดไฟฟ้าไว้ใช้งาน ใครที่เป็นสายตั้งแคมป์ อยากเดินเข้าป่า แต่ยังอยากมีไฟเอาไว้ชาร์จแบต หรือใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ขอแนะนำให้พกเครื่องปั่นไฟ Atlas Copco P3500i เครื่องเล็กติดไปด้วย เพราะเหมาะแก่การพกพา แถมจ่ายไฟได้มาก เพราะหากเทียบแล้วคุณสามารถใช้ปั่นไฟและจ่ายให้กับเครื่องปรับอากาศขนาด 15,000 BTU ได้อย่างสบาย เพิ่มความสะดวกให้กับเราได้ในวันพักผ่อน อีกทั้งยังปลอดภัย และตอบโจทย์กับการใช้สำหรับให้แสงสว่าง การชาร์จแบตมือถือ หรือคอมพิวเตอร์อีกด้วย วิธีเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับแคมป์ปิ้งต้องดูอะไรบ้าง? ก่อนที่เราจะพาไปรีวิวเครื่องปั่นไฟ Atlas Copco P3500i ขอชวนทุกคนไปดูถึงวิธีการเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับสายแคมป์ปิ้งกันก่อนว่า ควรพิจารณาจากเรื่องอะไรบ้าง  น้ำหนักมาก ขนาดใหญ่หรือไม่ เวลาเราเดินทางไปตั้งแคมป์ เพื่อที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด นอกจากการเตรียมตัวแล้ว เรายังต้องเตรียมข้าวของไปด้วยมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์ตั้งแคมป์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ ผ้าใบ ถุงนอน เบาะรองนอน โต๊ะ เก้าอี้ เตา อุปกรณ์ทำอาหาร โคมไฟ ตะเกียง ไฟฉาย มีดสวิส แถมบางคนยังพกอุปกรณ์ไปชงกาแฟอีกด้วย  ดังนั้น เราจึงต้องเลือกเครื่องปั่นไฟที่มีน้ำหนักไม่มาก รวมถึงขนาดไม่ใหญ่ สามารถพกพาได้สะดวก เพราะแม้ว่าเราจะขับรถไปจอดใกล้บริเวณที่ตั้งแคมป์ แต่การขนของหลายรอบก็ไม่สนุกเท่าไร เราจึงควรเลือกที่ขนาดพอดี ๆ…

ช่างมืออาชีพเผย ทำไมเครื่องปั่นไฟ HONDA ถึงเหมาะกับการใช้งาน?

เหตุการณ์ไฟฟ้าดับ หรือการไปในสถานที่ที่ห่างไกลอย่างในชนบทที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เครื่องปั่นไฟถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ ที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตของทุกคนมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งเพื่อช่วยให้มีแสงสว่างในยามค่ำคืน รวมถึงยังสามารถใช้จ่ายกระแสไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ทำงานได้เป็นอย่างราบรื่น   หนึ่งในเครื่องปั่นไฟที่ได้รับการยอมรับจากช่างมืออาชีพก็คือ เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กแบบพกพา ที่มีราคาคุ้มค่าจาก HONDA เราจะพาไปดูกันว่า เหตุผลใดที่เครื่องปั่นไฟจาก HONDA ถึงตอบโจทย์กับการใช้งาน และทำไมช่างมืออาชีพหลาย ๆ คนถึงเลือกใช้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กเอาไว้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าก็เป็นได้    รวม 3 รุ่นเครื่องปั่นไฟยอดนิยมจาก HONDA ก่อนจะไปดูถึงเหตุผลที่ทำให้ช่างมืออาชีพแนะนำเครื่องปั่นไฟจากค่าย HONDA  เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า เครื่องปั่นไฟระบบอินเวอร์เตอร์ (Honda Generator) จากแบรนด์นี้ มีรุ่นใดบ้างที่ได้รับความนิยมแบบไม่มีตก พร้อมรายละเอียดสำคัญของตัวเครื่อง เครื่องปั่นไฟฟ้าเสียงเบา Honda EU10i สเปคเครื่องปั่นไฟฟ้าขนาดเล็กพกพารุ่นนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของเสียงเบา เหมาะสำหรับการนำไปแคมป์ ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมจึงทำให้ Honda EU10i เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ด้วยเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ที่ให้พลังไฟคุณภาพสูง เหมาะสำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความไวต่อแรงดันไฟ และต้องการกระแสไฟฟ้าที่คงที่ ไฮไลท์รายละเอียดเครื่องปั่นไฟ ค่าความผิดเพี้ยนของรูปคลื่นสูงสุดเพียง 2.5% ขนาดกะทัดรัด และมีน้ำหนักเบาเพียง 13 กิโลกรัม ทำงานเงียบ มีความดังเพียง 57 เดซิเบล ประหยัดพลังงาน ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันลงถึง 20% เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์จากฮอนด้า ช่วยเพิ่มกำลังไฟได้มากถึง…