เครื่องปั่นไฟพลังงานน้ำ (Hydro Turbine Generator) ประวัติจากกังหันน้ำโรมันถึงเขื่อนใหญ่และไมโครไฮโดรในไทย
น้ำหนึ่งลูกบาศก์เมตร หนักหนึ่งตัน ตกจากที่สูงหนึ่งเมตร ให้พลังงานออกมา 9,810 จูล หรือราว 9.81 กิโลจูล ตัวเลขนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยตลอด 2,300 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เปลี่ยนคือความสามารถของมนุษย์ในการดึงมันออกมาใช้ ตั้งแต่กังหันไม้ของกรีกที่คว้าพลังงานได้ไม่ถึงหนึ่งในห้า ไปจนถึงกังหันฟรานซิสของโรงไฟฟ้าไป๋เฮ่อทานที่แปลงพลังน้ำเป็นไฟฟ้าได้ถึง 96.7 เปอร์เซ็นต์ เครื่องละ 1,000 เมกะวัตต์ บทความนี้เล่าเรื่องทั้งเส้นทางนั้น ตั้งแต่วันที่มนุษย์เริ่มรู้ว่าน้ำไหลทำงานแทนคนได้ จนถึงเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกวันนี้ และปิดท้ายด้วยเรื่องที่ใช้ได้จริงในเมืองไทย ว่าถ้าคุณมีน้ำไหลผ่านที่ดิน มีฝายเก่า มีคลองชลประทาน หรือมีท่อประปาแรงดันเกิน คุณจะประเมินเองได้อย่างไรว่ามันคุ้มไหม ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง และเครื่องแบบไหนที่ซื้อได้จริงในตลาดปัจจุบัน ทุกตัวเลขในบทความนี้มีแหล่งอ้างอิงกำกับ ตัวเลขที่หาแหล่งยืนยันไม่ได้ เราไม่ใส่ และตรงไหนที่แหล่งข้อมูลขัดกันเอง เราบอกตรง ๆ ว่าขัดกันอย่างไร 1. สรุปให้ก่อนสำหรับคนรีบ พลังงานน้ำเก่ากว่าไฟฟ้ามาก มนุษย์ใช้แรงน้ำหมุนหินโม่มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ส่วนไฟฟ้าจากพลังน้ำเพิ่งเกิดปี 1878 ที่บ้านหลังหนึ่งในอังกฤษ ห่างกันประมาณ 2,100 ปี คำว่า turbine เกิดปี 1824 โกลด บูร์แด็ง อาจารย์ชาวฝรั่งเศส ตั้งชื่อนี้จากภาษาละติน turbo ที่แปลว่าลูกข่างหรือลมหมุน…