จะเลือกเครื่องปั่นไฟอย่างไรดีระหว่างเครื่อง | ดีเซลหมุนเร็ว VS ดีเซลหมุนช้า
1. เครื่องปั่นไฟดีเซลหมุนช้า : มีความเร็วรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 300-1,000รอบต่อนาที
ข้อดี : คุณสมบัติเด่นๆของเครื่องปั่นไฟประเภทนี้คือ แข็งแรง ทนทาน สึกหรอช้า ถึกมากถึงมากที่สุด ทนกว่าชนิดรอบหมุนเร็ว 3-4เท่า เพราะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักโดยเฉพาะ มีค่าบำรุงรักษาต่ำการบำรุงรักษาง่าย ด้วยรอบที่ต่ำทำให้มีคุณสมบัติขั้นเทพคือการประหยัดน้ำมันกว่า30% บวกคุณสมบัติโคตรเทพอีกรายการคือสามารถใช้น้ำมันผสมระหว่างน้ำมันดีเซลกับน้ำมันเตาได้อีก โอ้ว!!จ็อจช์ เหมาะกับใช้เป็นเครื่องปั่นไฟหลัก มักพบตามโรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม รีสอตบนเกาะแก่งต่างๆที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ยี่ห้อเครื่องปั่นไฟชนิดนี้ได้แก่ LISTER BLACKSTONE, ENGLISH ELECTRIC (RUSTON), MWM
ข้อเสีย : เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานเป็นหลักจึงต้องใช้วัสดุอย่างดีและเวลาอย่างสูงในการผลิต ทำให้ ราคาเครื่องปั่นไฟ ชนิดนี้ย่อมสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ขั้นตอนการเปิดใช้งานก็ยุ่งยากไม่เหมาะจะใช้เป็นเครื่องปั่นไฟสำรอง ข้อเสียข้อสุดท้ายน่าจะเป็นหน้าตาเครื่องที่ดูอนุรักษ์นิยมคล้ายๆหน้าพระเอกหนังเกาหลี
2. เครื่องปั่นไฟดีเซลหมุนเร็ว : มีความเร็วรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 1,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป
ข้อดี : เครื่องปั่นไฟดีเซลหมุนเร็วเป็นเครื่องปั่นไฟพบมากที่สุด ตัวเครื่องยนต์หาได้ง่ายราคาถูกใช้งานได้หลากหลายคล่องตัว มีให้เลือกหลายขนาดและยี่ห้อตามความต้องการ การใช้งานก็ง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อนเปิดปุ๊บติดปั๊บมักใช้ร่วมกับ ATS (auto transfer swith) เพื่อเป็นเครื่องปั่นไฟสำรอง(Standby) ในกรณีที่ไฟดับเครื่องปั่นไฟจะจ่ายไฟสำรองแทนโดยอัตโนมัติ และเมื่อไฟหลวงมาเครื่องก็สามารถดับได้เองอีกต่างหาก เหมาะกับโรงงาน โรงพยาบาล โรงแรม บุคคลทั่วไปนับเป็น เครื่องปั่นไฟสำหรับธุรกิจSME โดยแท้ หน้าตาเครื่องก็ดูดีเหมือนมิสเกาหลี มียี่ห้อที่คุ้นเคยได้แก่ Cummins, Perkons, Volvo, Mitsubishi, Nison, Hino, Isuzu, Denyo
ข้อเสีย : มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า รวมถึงอายุการใช้งานที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องปั่นไฟชนิดรอบหมุนช้า ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นเครื่องปั่นไฟหลักในการจ่ายไฟ
สรุป : สรุปเอาเองละกันว่าเหมาะกับการใช้เครื่องปั่นไฟชนิดใด
ข้อมูลอ้างอิง : ดีเซลวิศวกรรม
ผู้แต่ง : S.E.A. Power Gent Co., Ltd.