ต้องรู้อะไรบ้างก่อนเลือกระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาล

เพราะทุกวินาทีในการรักษาผู้ป่วยเกี่ยวข้องกับชีวิตคน ด้วยเหตุนี้ ระบบไฟฟ้าที่เสถียรและพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโรงพยาบาลทุกแห่ง ผู้บริหารโรงพยาบาลต้องลงทุนติดตั้งเครื่องปั่นไฟสำรอง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยทุกคนจะปลอดภัยแม้เกิดเหตุขัดข้องทางไฟฟ้า ดังนั้น บทความนี้จึงมาจะแนะนำวิธีเลือกเครื่องปั่นไฟสำหรับใช้เป็นระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาล พร้อมข้อควรพิจารณาสำคัญที่ควรทราบ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ระบบไฟฟ้าสำรองที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน ติดตามเลย

เครื่องปั่นไฟสำหรับระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาล

ทำไมโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าสํารองในอาคาร ?

โรงพยาบาล เป็นสถานที่ที่ต้องพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ความเป็นความตายของคนตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น การขาดแคลนไฟฟ้าแม้เพียงไม่กี่วินาทีอาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์ที่สำคัญ เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องปั๊มหัวใจ หรือแม้แต่ระบบแสงสว่างในห้องผ่าตัด ล้วนต้องการพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ การมีระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาล ที่เชื่อถือได้คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ปัจจัยสำคัญในการเลือกระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาล

  • กำลังการผลิตไฟฟ้า : สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ ขนาดของเครื่องปั่นไฟ ซึ่งวัดจากกำลังการผลิตไฟฟ้า (kVA หรือ kW) โดยต้องคำนวณความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของโรงพยาบาล รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องทำงานในยามฉุกเฉิน และเลือกเครื่องปั่นไฟที่มีกำลังการผลิตมากกว่าความต้องการนั้นอย่างน้อย 20%
  • ระยะเวลาในการทำงาน : พิจารณาว่าต้องการให้ระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาลทำงานได้นานเท่าไรในกรณีที่ไฟดับ โดยทั่วไป ควรเลือกเครื่องที่สามารถทำงานได้อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง
  • ประเภทของเชื้อเพลิง : เครื่องปั่นไฟสำรองส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง แต่ก็มีบางรุ่นที่ใช้ก๊าซธรรมชาติหรือโพรเพน ดังนั้นการเลือกประเภทเชื้อเพลิงขึ้นอยู่กับความสะดวกในการจัดหา รวมถึงความคุ้มค่าโดยรวม
  • ความเร็วในการตอบสนอง : ระยะเวลาที่เครื่องเริ่มจ่ายไฟหลังจากไฟดับคือปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง โดยควรเลือกเครื่องที่มีระบบ Automatic Transfer Switch (ATS) ประสิทธิภาพสูง สามารถเริ่มจ่ายไฟได้ภายในไม่กี่วินาที
  • ระดับเสียง : เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ต้องการความเงียบสงบ ควรเลือกเครื่องปั่นไฟที่มีระบบลดเสียงรบกวน หรือวางแผนการติดตั้งในพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบด้านเสียง
  • ความทนทานและอายุการใช้งาน : เลือกเครื่องจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง มีประวัติที่น่าเชื่อถือ รวมถึงตรวจสอบการรับประกันและบริการหลังการขาย

ระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาลสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขั้นตอนการเลือกระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาลที่เหมาะสม

  1. ประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้า
    • ทำรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน
    • คำนวณกำลังไฟฟ้าที่ต้องการทั้งหมด รวมถึงกำลังไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเริ่มต้นการทำงานของอุปกรณ์บางชนิด
    • เผื่อกำลังการผลิตเพิ่มอีก 20-30% สำหรับการขยายตัวในอนาคต
  2. พิจารณาพื้นที่ติดตั้ง
    • ตรวจสอบพื้นที่ที่สามารถติดตั้งระบบไฟฟ้าสํารองในอาคารได้ โดยคำนึงถึงขนาดของเครื่อง ระบบระบายอากาศ และการเข้าถึงเพื่อการบำรุงรักษา
    • เลือกพื้นที่ติดตั้งที่มีระยะห่างจากตัวอาคาร เพื่อลดผลกระทบด้านเสียงและการสั่นสะเทือน
  3. เลือกประเภทเชื้อเพลิง
    • พิจารณาความสะดวกในการจัดหาเชื้อเพลิงในพื้นที่
    • คำนวณค่าใช้จ่ายในระยะยาวของแต่ละประเภทเชื้อเพลิง
  4. เปรียบเทียบผู้ผลิตและรุ่น
    • รวบรวมข้อมูลจากผู้ผลิตชั้นนำหลายราย
    • เปรียบเทียบคุณสมบัติ ราคา และบริการหลังการขาย

ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  • การทดสอบอย่างสม่ำเสมอ : กำหนดตารางการทดสอบเครื่องปั่นไฟอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าสํารองในอาคารพร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • การฝึกอบรมบุคลากร : จัดการฝึกอบรมให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้าใจวิธีการใช้งานและขั้นตอนดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาล
  • การวางแผนสำรองเชื้อเพลิง : มีแผนในการจัดหาและจัดเก็บเชื้อเพลิงอย่างเพียงพอสำหรับการใช้งานในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับกรณีเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ยาวนาน
  • การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน : จัดทำแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจสอบน้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับใครกำลังมองหาเครื่องปั่นไฟดีเซลสำหรับใช้เป็นระบบสำรองไฟสำหรับโรงพยาบาล ที่มั่นใจได้ในมาตรฐาน สามารถสั่งซื้อได้เลยที่ S.E.A. Power Gent จำหน่ายเครื่องปั่นไฟรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือ มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกมากมาย เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องปั่นไฟยินดีให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบการติดตั้งเครื่องปั่นไฟ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 097-146-3594 หรืออีเมล puvakorn@seapowergent.com

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. A Complete Guide on Hospital Backup Generator. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 จาก https://www.anker.com/au/blogs/others/hospital-backup-generator-guide

อาคารประเภทอื่นที่ใช้ตรรกะเดียวกันแต่ยอมให้ไฟดับได้นานกว่าโรงพยาบาลคือโรงแรม ซึ่งมีวิธีลัดในการเลือกขนาดจากหม้อแปลงที่ใช้อยู่ อ่านได้ที่ วิธีเลือกเครื่องปั่นไฟให้โรงแรม 50-500 ห้อง ตามขนาดหม้อแปลง

โรงพยาบาลจำนวนไม่น้อยเลือกใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่องขนานกันแทนเครื่องใหญ่เครื่องเดียว เพื่อให้ซ่อมบำรุงทีละเครื่องได้โดยระบบไม่เคยขาดไฟสำรอง ก่อนตัดสินใจแนวทางนี้ แนะนำให้อ่านข้อดีข้อเสียของการต่อขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และจุดที่ต้องระวังเมื่อ Synchronizeประกอบการวางแผน

อ่านต่อ: มาตรฐานโรงพยาบาลกำหนดให้มีการบำรุงรักษา ทดสอบ และตรวจสอบระบบไฟฟ้าสำรองอย่างสม่ำเสมอ ดูว่าการทดสอบที่ถูกต้องทำอย่างไรได้ที่ ประวัติและวิธีทดสอบสมรรถนะเครื่องกำเนิดไฟฟ้าด้วย Load Bank

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องปั่นไฟสำหรับโรงพยาบาล

โรงพยาบาลควรเลือกเครื่องปั่นไฟขนาดเท่าไหร่?

คำนวณความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดรวมอุปกรณ์ฉุกเฉิน แล้วเลือกเครื่องที่มีกำลังการผลิตมากกว่าความต้องการอย่างน้อย 20% พร้อมเผื่อกำลังเพิ่มอีก 20-30% สำหรับการขยายตัวในอนาคต

เครื่องปั่นไฟโรงพยาบาลควรเดินได้นานแค่ไหนโดยไม่เติมน้ำมัน?

ควรเลือกเครื่องที่ทำงานได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง เพื่อรองรับเหตุไฟดับที่ยาวนาน พร้อมวางแผนสำรองเชื้อเพลิงระยะยาว

ทำไมเครื่องปั่นไฟโรงพยาบาลต้องมี ATS?

สวิตช์โอนย้ายอัตโนมัติ (Automatic Transfer Switch) ช่วยให้เครื่องเริ่มจ่ายไฟได้ภายในไม่กี่วินาทีหลังไฟดับ ซึ่งสำคัญมากเพราะเครื่องช่วยหายใจ เครื่องปั๊มหัวใจ และไฟห้องผ่าตัดต้องการไฟฟ้าต่อเนื่อง

ควรทดสอบเครื่องปั่นไฟโรงพยาบาลบ่อยแค่ไหน?

อย่างน้อยเดือนละครั้ง ควบคู่กับแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ตรวจน้ำมันเครื่องและแบตเตอรี่สม่ำเสมอ และฝึกอบรมบุคลากรให้ใช้งานระบบได้อย่างถูกต้อง