เครื่องปั่นไฟ 100kVA จ่ายไฟได้กี่แอมป์ ? วิธีคำนวณกระแสไฟฟ้าของเครื่องปั่นไฟ

เครื่องปั่นไฟดีเซล 200kVA 3 เฟส 400V ตัวอย่างการคำนวณกระแสไฟเป็นแอมป์

คำตอบสั้น ๆ: เครื่องปั่นไฟ 100 kVA ที่ระบบไฟ 3 เฟส 400 โวลต์ จ่ายกระแสได้ประมาณ 144 แอมป์ต่อเฟส คิดง่าย ๆ ด้วยสูตรลัด kVA × 1.44 = แอมป์ต่อเฟส (ที่ PF 0.8) → 100 × 1.44 = 144 A

ลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อหรือเช่าเครื่องปั่นไฟมักถามว่า “เครื่องปั่นไฟขนาดนี้จ่ายไฟได้กี่แอมป์?” เพราะค่าแอมป์ (กระแส) คือสิ่งที่ใช้เลือกขนาดสายไฟ เบรกเกอร์ และตู้ MDB ให้ถูกต้องและปลอดภัย บทความนี้จาก S.E.A. Power Gent จะอธิบายวิธีคำนวณกระแสไฟของเครื่องปั่นไฟแบบละเอียด ตั้งแต่สูตรมาตรฐาน การตัดค่าคงตัวให้เหลือสูตรลัด ไปจนถึงเหตุผลที่ตอน Load Test มักวัดแอมป์ได้น้อยกว่าการใช้งานจริง

1. เข้าใจ kVA กับ kW ก่อนคำนวณ

เครื่องปั่นไฟระบุขนาดเป็น 2 ค่าเสมอ: kVA (กำลังปรากฏ – ใช้คำนวณกระแสโดยตรง) และ kW (กำลังจริง – กำลังที่ทำงานได้จริง) เชื่อมกันด้วยค่าตัวประกอบกำลัง Power Factor (PF) ซึ่งเครื่องปั่นไฟมาตรฐานกำหนดไว้ที่ PF = 0.8

kW = kVA × PF  →  100 kVA × 0.8 = 80 kW
จำง่าย ๆ: เครื่องปั่นไฟ 100 kVA ก็คือ 80 kW (ที่ PF 0.8) เป็นเครื่องตัวเดียวกัน เพียงเรียกคนละหน่วย

2. สูตรมาตรฐานการคำนวณกระแสไฟ 3 เฟส

คิดจาก kW:   I = (kW × 1000) ÷ (√3 × V × PF)
คิดจาก kVA: I = (kVA × 1000) ÷ (√3 × V)

โดย I = กระแสต่อเฟส (แอมป์), √3 = 1.732, V = แรงดันระหว่างสาย (ไทยใช้ 400V), PF = 0.8 (ใช้เฉพาะเมื่อคิดจาก kW เพราะ kVA รวม PF ไว้แล้ว)

ตัวอย่าง — เครื่อง 200 kW, 400V, PF 0.8

I = (200 × 1000) ÷ (1.732 × 400 × 0.8) = 200,000 ÷ 554.24 ≈ 360 A

ตัวอย่าง — เครื่องเดียวกันแต่ PF 1.0

I = (200 × 1000) ÷ (1.732 × 400 × 1.0) = 200,000 ÷ 692.8 ≈ 288 A

สังเกตว่า PF ยิ่งต่ำ กระแสยิ่งสูง จุดนี้สำคัญมากและจะอธิบายต่อในหัวข้อ Load Test

3. ตัดค่าคงตัว ให้เหลือสูตรลัด kVA × 1.44

ในสูตรคิดจาก kVA มีแต่ค่าคงที่ ถ้าแทนระบบ 400V 3 เฟส เข้าไปก่อน จะยุบเหลือค่าคงตัวเดียว:

I = kVA × 1000 ÷ (1.732 × 400) = kVA × 1000 ÷ 692.8 = kVA × 1.4434 ≈ kVA × 1.44

สูตรคำนวณกระแสไฟเครื่องปั่นไฟ kVA คูณ 1.44 เท่ากับแอมป์ต่อเฟส ที่ 400V 3 เฟส PF 0.8

สูตรลัดจำง่าย (ที่ 400V, PF 0.8): kVA × 1.44 = แอมป์ต่อเฟส  |  เครื่อง 100 kVA → 100 × 1.44 = 144 A

ตรวจสอบกับตัวอย่างข้างบน: 200kW ที่ PF 1.0 = 200 kVA → 200 × 1.44 = 288 A ✓ และ 200kW ที่ PF 0.8 = 250 kVA → 250 × 1.44 = 360 A ✓

4. ทำไมตอน Load Test ถึงวัดแอมป์ได้น้อยกว่าใช้งานจริง

หลายคนสงสัยว่า ทำไมตอนทดสอบเครื่องด้วยโหลดแบงค์ (Load Bank Test) วัดกระแสได้น้อยกว่าตอนนำไปใช้งานจริงในโรงงานหรืออาคาร คำตอบอยู่ที่ค่า Power Factor ของโหลด

  • โหลดแบงค์ที่ใช้ทดสอบส่วนใหญ่เป็นโหลดตัวต้านทาน (Resistive) เช่น ขดลวดความร้อน ซึ่งมีค่า PF ≈ 1.0
  • โหลดใช้งานจริงส่วนใหญ่เป็นโหลดเหนี่ยวนำ (Inductive) เช่น มอเตอร์ ปั๊มน้ำ คอมเพรสเซอร์ เครื่องปรับอากาศ ซึ่งมี PF ≈ 0.8 หรือต่ำกว่า

จากสูตร I = kW×1000 ÷ (√3 × V × PF) จะเห็นว่า กระแสแปรผกผันกับ PF — ที่กำลัง kW เท่ากัน PF สูง (1.0) กระแสจะต่ำ ส่วน PF ต่ำ (0.8) กระแสจะสูงกว่า

ตัวอย่างเครื่อง 250 kVA (= 200 kW):

สภาพโหลด Power Factor กระแสที่ 200 kW
Load Test (โหลดตัวต้านทาน) 1.0 ≈ 289 A
ใช้งานจริง (โหลดเหนี่ยวนำ) 0.8 ≈ 361 A (= พิกัดตาม nameplate)

ต่างกันประมาณ 25% กล่าวคือ ค่าที่อ่านได้ตอน Load Test แบบตัวต้านทานจะน้อยกว่าการใช้งานจริงราว 20%

นอกจากเรื่อง PF แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้การใช้งานจริงกินกระแสมากกว่า:

  • กระแสสตาร์ทมอเตอร์ (Inrush / LRA) พุ่งสูง 5–7 เท่าชั่วขณะตอนสตาร์ท ซึ่งการทดสอบด้วยโหลดตัวต้านทานคงที่จะมองไม่เห็น
  • โหลดไม่สมดุล 3 เฟส ทำให้บางเฟสกินกระแสสูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่ Load Test มักจ่ายบาลานซ์ครบ 3 เฟส
  • ฮาร์มอนิก จากโหลดไม่เชิงเส้น (VFD, UPS, จอ LED) เพิ่มกระแส RMS ในสายนิวทรัลและสายเฟส
ข้อควรรู้: ควรเลือกขนาดสายไฟและเบรกเกอร์ตามกระแสพิกัดของเครื่อง (kVA × 1.44) ไม่ใช่ตามค่าที่วัดได้ตอนทดสอบด้วยโหลดตัวต้านทาน และถ้าต้องการทดสอบให้ใกล้เคียงงานจริง ควรใช้โหลดแบงค์แบบปรับ PF 0.8 ได้ (Reactive Load Bank)

5. ตารางเทียบ kVA → kW → แอมป์ (400V 3 เฟส, PF 0.8)

ขนาด (kVA) กำลัง (kW) ที่ PF 0.8 กระแสต่อเฟส (แอมป์)
10 8 14 A
20 16 29 A
30 24 43 A
50 40 72 A
60 48 87 A
80 64 115 A
100 80 144 A
125 100 180 A
150 120 217 A
200 160 289 A
250 200 361 A
300 240 433 A
400 320 577 A
500 400 722 A
625 500 902 A
800 640 1155 A
1000 800 1443 A

6. ถ้าระบบเป็น 380V หรือ 1 เฟส ต้องเปลี่ยนค่าคงตัว

ระบบไฟ สูตรลัด ตัวอย่าง 100 kVA
3 เฟส 400V kVA × 1.44 144 A
3 เฟส 380V kVA × 1.52 152 A
1 เฟส 230V kVA × 4.35 435 A

เครื่องปั่นไฟขนาดกลาง–ใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นระบบ 3 เฟส 400V ส่วนระบบ 1 เฟสมักใช้กับเครื่องเล็กต่ำกว่า ~10 kVA

7. เอาค่าแอมป์ไปเลือกอุปกรณ์อย่างไร

ควรเผื่อพิกัดขึ้นอีกประมาณ 25% สำหรับกระแสสตาร์ทและโหลดกระชาก เช่น 100 kVA ได้ 144 A ควรเลือกเบรกเกอร์เมนราว 175–200 A แล้วเลือกขนาดสายไฟตามพิกัดเบรกเกอร์และระยะเดินสาย ทั้งนี้ควรให้วิศวกรไฟฟ้าตรวจสอบตามหน้างานจริงและมาตรฐานการติดตั้ง อีกทั้งควรเลือกขนาดเครื่องปั่นไฟให้พอดีกับโหลด ไม่ใหญ่เกินจนต้องเดินเครื่องที่โหลดต่ำเป็นประจำ ซึ่งเสี่ยงเกิดปัญหา เครื่องปั่นไฟเดินโหลดต่ำ (Wet Stacking)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เครื่องปั่นไฟ 100kVA จ่ายไฟได้กี่แอมป์?
ที่ระบบ 3 เฟส 400V จ่ายได้ประมาณ 144 แอมป์ต่อเฟส (100 × 1.44 = 144 A)

สูตรลัดคำนวณแอมป์เครื่องปั่นไฟคืออะไร?
ระบบ 3 เฟส 400V ใช้ kVA × 1.44 = แอมป์ต่อเฟส ค่า 1.44 มาจาก 1000 ÷ (√3 × 400)

ทำไม Load Test ได้แอมป์น้อยกว่าใช้งานจริง?
เพราะโหลดแบงค์เป็นโหลดตัวต้านทาน PF ≈ 1.0 ทำให้กระแสต่ำ ส่วนงานจริงเป็นโหลดเหนี่ยวนำ PF ≈ 0.8 กระแสสูงกว่าประมาณ 25% บวกกับกระแสสตาร์ทมอเตอร์ โหลดไม่สมดุล และฮาร์มอนิก

100 kVA เท่ากับกี่ kW?
เท่ากับ 80 kW ที่ PF 0.8

S.E.A. Power Gent จำหน่าย ติดตั้ง และให้คำปรึกษาการเลือกขนาดเครื่องปั่นไฟ Cummins ทุกขนาด โทร 097-146-3594 / 080-056-0777