พิกัดกำลังไฟฟ้าคืออะไร สำคัญกับการเลือกเครื่องปั่นไฟยังไง ?

พิกัดกำลังของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และพิกัดกำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามมาตรฐาน ISO 8525-1 (2018) มีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม

พิกัดกำลังไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

พิกัดกำลังไฟฟ้า (Rated Power) คืออะไร ?

พิกัดกำลังไฟฟ้า หมายถึง กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่อุปกรณ์ไฟฟ้าใด ๆ สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดความร้อนมากเกินไป หรือเสียหาย ซึ่งในภาษาอังกฤษอาจใช้คำว่า Rated Power หรือ Power Rating ก็ได้

พิกัดกำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าคืออะไร ?

พิกัดกำลังของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หมายถึง กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถจ่ายให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อพ่วงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกิดความร้อนมากเกินไปหรือเสียหาย หรือลดอายุการใช้งานของเครื่อง

โดยหน่วยวัดของพิกัดกำลังไฟฟ้าจะใช้ กิโลโวลต์แอมแปร์ (kVA) ซึ่งเป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าปรากฏ (Apparent Power) อย่างไรก็ตาม บางครั้งอาจพบการระบุเป็นกิโลวัตต์ (kW) ซึ่งเป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าจริง (Real Power) ได้เช่นกัน

การเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

  1. ควรเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีพิกัดกำลังมากกว่ากำลังไฟฟ้ารวมของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะต่อพ่วง โดยรวบรวมข้อมูลกำลังไฟฟ้าของทุกอุปกรณ์ที่จะใช้งานพร้อมกันเพื่อคำนวณกำลังไฟฟ้ารวม
  2. เผื่อโหลดปริมาณกระแสไฟฟ้าไว้ประมาณ 20-30% เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคตหากมีการเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ เพิ่มการใช้งาน รวมถึงป้องกันไฟกระชาก และรักษาเสถียรภาพของระบบด้วย
  3. พิจารณาประเภทของพิกัดกำลังที่เหมาะสมกับการใช้งาน ตามมาตรฐาน ISO 8525-1 (2018)

พิกัดกำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามมาตรฐาน ISO 8525-1 (2018)

การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้มีพิกัดกำลังที่เหมาะกับการใช้งาน สามารถพิจารณาได้ตามมาตรฐาน ISO 8525-1 (2018) ซึ่งกำหนดพิกัดกำลังของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ไว้หลายประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบต่อเนื่อง

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบต่อเนื่อง (Continuous Power Rating – COP) เป็นกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำกัดชั่วโมงการทำงานต่อปี เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบพร้อมใช้

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบพร้อมใช้ (Prime Power Rating – PRP) เป็นกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถจ่ายได้ในระยะเวลาที่ไม่จำกัด โดยมีโหลดไฟฟ้าที่แปรผันได้ แต่ค่าเฉลี่ยของกำลังไฟฟ้าที่ใช้ต้องไม่เกิน 70% ของพิกัดกำลังทั้งหมด และสามารถใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ในรอบการใช้งาน 12 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่แปรผัน

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบจำกัดเวลา

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบจำกัดเวลา (Limited Time Running Power – LTP) เป็นกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถจ่ายกำลังไฟสูงสุด 100% ได้ในระยะเวลาจำกัด โดยทั่วไปไม่เกิน 500 ชั่วโมงต่อปี เหมาะสำหรับการใช้งานในช่วงที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงเป็นพิเศษ

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบไม่จำกัดเวลา

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบไม่จำกัดเวลา (Unlimited Time Running Power – UTP) เป็นกำลังไฟฟ้าที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถจ่ายได้โดยไม่จำกัดเวลา แต่อาจมีข้อจำกัดคือจ่ายไฟได้ไม่เกิน 70% ของพิกัดกำลัง เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความต่อเนื่องแต่มีโหลดที่แปรผัน

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบดาต้าเซนเตอร์

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบดาต้าเซนเตอร์ (Data Center Continuous Power – DCP) เป็นพิกัดกำลังที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการใช้งานในศูนย์ข้อมูล คือใช้งานได้ต่อเนื่องและไม่จำกัดเวลา รวมถึงสามารถรองรับโหลดที่แปรผันและมีความน่าเชื่อถือสูงได้ด้วย

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบสำรองฉุกเฉิน

พิกัดกำลังไฟฟ้าแบบสำรองฉุกเฉิน (Emergency Standby Power – ESP) เป็นกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสามารถจ่ายได้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เมื่อไฟฟ้าดับ โดยมีข้อจำกัดในการใช้งานไม่เกิน 200 ชั่วโมงต่อปี

พิกัดกำลังไฟฟ้า (Rated Power) มีผลต่อความปลอดภัยในการใช้เครื่องปั่นไฟ

พิกัดกำลังของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำคัญอย่างไร ?

ช่วยให้เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับความต้องการใช้งาน

พิกัดกำลังไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ช่วยให้สามารถเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับความต้องการใช้งาน ซึ่งส่งผลให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและการดำเนินงานได้ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในเครื่องที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ซึ่งมีราคาแพงกว่า หรือต้องซื้อเครื่องใหม่เพราะเลือกเครื่องปั่นไฟที่มีขนาดเล็กเกินไป รวมถึงช่วยให้เลือกเครื่องปั่นไฟที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในขนาดเหมาะสมทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์

การเลือกเครื่องปั่นไฟโดยคำนึงถึงพิกัดกำลังไฟฟ้า ช่วยป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่อาจเกิดจากการใช้งานเกินพิกัด ซึ่งอาจทำให้เกิดความร้อนสูงเกินไป หรือสึกหรอเร็วกว่าปกติได้ เพราะการใช้งานเครื่องปั่นไฟเกินพิกัดจะทำให้เกิดความร้อนสูงในขดลวดและชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ส่งผลต่อความแม่นยำในการทำงานของอุปกรณ์ และอาจทำให้เครื่องปั่นไฟต้องทำงานหนักจนอายุการใช้งานของเครื่องปั่นไฟสั้นลง

ช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานอย่างปลอดภัย

การเลือกเครื่องปั่นไฟที่มีพิกัดกำลังไฟฟ้าเหมาะสม ช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างปลอดภัย เพราะระบบป้องกันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้งานภายในพิกัดกำลัง ดังนั้นจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อพ่วง รวมถึงลดความเสี่ยงการเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร และไฟไหม้ได้

พิกัดกำลังของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือเครื่องปั่นไฟ เป็นสิ่งสำคัญที่จะเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องปั่นไฟฟ้าภายในอุตสาหกรรม หากต้องเลือกซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน ปรึกษาได้ที่ S.E.A. Power Gent หรือติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ของเรา โทร. 097-146-3594 หรืออีเมล puvakorn@seapowergent.com

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Generator Safety. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 จาก https://www.myelectric.coop/safety/generator-safety/