ศัพท์ทางไฟฟ้า เป็นคำศัพท์พื้นฐานที่ช่างไฟและคนที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและการผลิตต้องรู้ เพื่อที่จะเข้าใจวัสดุอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคำศัพท์ทางไฟฟ้าพื้นฐานดังต่อไปนี้ ที่เป็นทั้งคำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่านภาษาไทย เพื่อเป็นความรู้พื้นฐานที่สามารถนำไปต่อยอดต่อการทำงานในอนาคตได้

1. พลังงาน (Energy)
พลังงานไฟฟ้าเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานที่สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานรูปแบบอื่นได้ เช่น พลังงานความร้อน แสงสว่าง หรือพลังงานกล การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดล้วนอาศัยการเปลี่ยนรูปพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานรูปแบบที่ต้องการใช้งาน
2. ตัวนำไฟฟ้า (Conductor)
ตัวนำไฟฟ้าคือวัสดุที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ดี โดยทั่วไปมักเป็นโลหะ เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม เงิน ทอง โดยทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้าที่นิยมใช้มากที่สุดในงานไฟฟ้าทั่วไป เนื่องจากมีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าได้ดีและราคาไม่แพงมาก
3. ฉนวนไฟฟ้า (Insulator)
ฉนวนไฟฟ้าเป็นวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าหรือนำไฟฟ้าได้น้อยมาก ใช้สำหรับหุ้มตัวนำไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่ว ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากการสัมผัส สำหรับวัสดุที่นิยมใช้ทำฉนวนไฟฟ้า ได้แก่ พลาสติก ยาง เซรามิก แก้ว
4. ขั้วไฟฟ้า (Pole/Terminal)
ขั้วไฟฟ้าเป็นจุดต่อทางไฟฟ้าที่มีสองขั้วคือ
- ขั้วบวกและขั้วลบ ในระบบไฟฟ้ากระแสตรง
- เฟสและนิวทรัล ในระบบไฟฟ้ากระแสสลับ
การต่อขั้วไฟฟ้าให้ถูกต้องมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของอุปกรณ์
5. กระแสไฟฟ้าสลับ (Alternating Current/AC)
กระแสไฟฟ้าสลับ หรือ AC เป็นกระแสไฟฟ้าที่มีการเปลี่ยนทิศทางการไหลไปมาอย่างสม่ำเสมอ ในประเทศไทยใช้ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านเรือนและอาคารทั่วไปจะเป็นไฟฟ้าแบบกระแสสลับ
6. กระแสไฟฟ้าตรง (Direct Current/DC)
กระแสไฟฟ้าตรง หรือ DC เป็นกระแสไฟฟ้าที่ไหลในทิศทางเดียวตลอดเวลา พบในแบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย และระบบโซลาร์เซลล์ โดยทั่วไปอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะใช้ไฟฟ้ากระแสตรงในการทำงาน
7. วัตต์/กิโลวัตต์/กิโลวัตต์-ชั่วโมง (Watt/Kilowatt/Kilowatt-hour)
- วัตต์ (Watt หรือ W) เป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้า ที่บอกถึงอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า
- กิโลวัตต์ (Kilowatt หรือ kW) เท่ากับ 1,000 วัตต์
- กิโลวัตต์-ชั่วโมง (Kilowatt-hour หรือ kW/h) เป็นหน่วยวัดปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไป เป็นหน่วยที่การไฟฟ้าใช้คิดค่าไฟฟ้า
8. แอมป์ / แอมแปร์ (Ampere)
แอมป์หรือแอมแปร์เป็นหน่วยวัดปริมาณกระแสไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งคำศัพท์ทางไฟฟ้าที่ต้องรู้ เพราะค่ากระแสไฟฟ้ามีความสำคัญในการเลือกขนาดสายไฟและอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
9. โอห์ม (Ohm)
โอห์มเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า บอกถึงคุณสมบัติของวัสดุในการต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้า ตามกฎของโอห์ม กระแสไฟฟ้าจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับแรงดันไฟฟ้าและเป็นสัดส่วนผกผันกับความต้านทาน
10. โวลต์ (Volt)
โวลต์เป็นหน่วยวัดแรงดันไฟฟ้า ในประเทศไทยใช้ไฟฟ้าแรงดันที่ 220-230 โวลต์สำหรับบ้านเรือนทั่วไป และ 380-400 โวลต์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งการใช้แรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความปลอดภัยอย่างมาก

11. วงจรไฟฟ้า (Electric Circuit)
วงจรไฟฟ้าคือเส้นทางการไหลของกระแสไฟฟ้าที่ครบวงจร ประกอบด้วยแหล่งจ่ายไฟ สายไฟ อุปกรณ์ควบคุมและโหลด การออกแบบวงจรไฟฟ้าที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน
12. วงจรเปิด (Open Circuit)
วงจรเปิดคือสภาวะที่กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลครบวงจรได้ อาจเกิดจากสวิตช์เปิด สายไฟขาด หรือจุดต่อหลุด วงจรเปิดเป็นวิธีการพื้นฐานในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า
13. เฮิรตซ์ (Hertz)
เฮิรตซ์เป็นหน่วยวัดความถี่ของกระแสไฟฟ้าสลับ ที่บอกจำนวนรอบการเปลี่ยนทิศทางของกระแสไฟฟ้าต่อวินาที ซึ่งในประเทศไทยจะใช้ความถี่ที่ 50 เฮิรตซ์ โดยความถี่เหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า
14. แอมมิเตอร์ / โวลต์มิเตอร์ / โอห์มมิเตอร์ (Ammeter/Voltmeter/Ohmmeter)
เป็นเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าที่ใช้สำหรับวัดกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และความต้านทาน
- แอมมิเตอร์ (Ammeter)
เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในวงจร มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) ต้องต่อแบบอนุกรมเข้ากับวงจร มีความต้านทานภายในต่ำ สามารถวัดได้ตั้งแต่ระดับมิลลิแอมแปร์ถึงหลายแอมแปร์ - โวลต์มิเตอร์ (Voltmeter)
เครื่องมือวัดแรงดันไฟฟ้าระหว่างจุดสองจุด มีหน่วยเป็นโวลต์ (V) ต้องต่อแบบขนานกับจุดที่ต้องการวัด มีความต้านทานภายในสูง สามารถวัดได้ทั้งไฟฟ้า DC และ AC - โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter)
เครื่องมือวัดความต้านทานไฟฟ้า มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω) จะใช้วัดในสภาวะที่วงจรไม่มีไฟ โดยต่อสายวัดคร่อมอุปกรณ์ที่ต้องการจะวัด สามารถวัดได้ตั้งแต่ระดับโอห์มถึงเมกะโอห์ม
นอกจากนี้ ยังมีมัลติมิเตอร์ (multimeter) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รวมความสามารถในการวัดทั้งสามแบบไว้ในเครื่องเดียว
15. หม้อแปลง (Transformer)
หม้อแปลงใช้เปลี่ยนแปลงระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ สามารถเพิ่มหรือลดแรงดันไฟฟ้าได้ตามต้องการ มีความสำคัญในระบบส่งจ่ายไฟฟ้าและการปรับแรงดันให้เหมาะกับการใช้งาน
16. เฟส (Phase)
เฟสหมายถึงจำนวนสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าไหลในระบบ โดยปกติแล้วระบบไฟฟ้าบ้านทั่วไปจะเป็นระบบแบบเฟสเดียว ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมมักใช้ระบบสามเฟสซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า
17. ระยะเวลาสำรองไฟ (Backup Time)</h2>
Backup Time คือระยะเวลาที่เครื่องสำรองไฟหรือแบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้เมื่อไฟดับ ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่และปริมาณการใช้ไฟ
18. ไฟตก / ไฟเกิน / ไฟกระชาก (Brownout/Overvoltage/Surge)
ไฟตก ไฟเกิน และไฟกระชาก คือปัญหาไฟฟ้าที่พบบ่อย และสามารถสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ จึงควรติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
19. โหลด (Load)
โหลด (Load) ในระบบไฟฟ้าหมายถึงอุปกรณ์หรือวงจรที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อทำงาน เช่น หลอดไฟ มอเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ การคำนวณขนาดโหลดรวม (Total Load) มีความสำคัญในการออกแบบระบบไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่าระบบสามารถรองรับกำลังไฟฟ้าที่ต้องการได้อย่างเพียงพอและมีความปลอดภัย ทั้งยังเป็นการป้องกันการทำงานเกินพิกัดของสายไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการวางแผนสำรองไฟในกรณีฉุกเฉินด้วย
20. ความต้านทาน (Resistance)
ความต้านทานเป็นคุณสมบัติที่ขัดขวางการไหลของกระแสไฟฟ้า มีทั้งแบบที่ต้องการเพื่อควบคุมกระแส และแบบที่ไม่ต้องการซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียพลังงาน
คำศัพท์ทั้ง 20 คำนี้เป็นคำศัพท์ทางไฟฟ้าพื้นฐานที่ควรรู้ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องปั่นไฟ อีกทั้งคุณยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และหากว่าคุณกำลังมองหาเครื่องปั่นไฟ S.E.A. Power Gent รับติดตั้งเครื่องปั่นไฟคุณภาพเยี่ยม มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาทุกกระบวนการ ตั้งแต่เลือกซื้อไปจนถึงการดูแลรักษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 097-146-3594
ข้อมูลอ้างอิง
- Electrical Jargon Explained. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 จาก https://www.tradeskills4u.co.uk/blog/electrical-jargon-explained

LOGIN
สอบถามราคา