ศัพท์ทางไฟฟ้าพื้นฐาน 20 คำควรรู้ บอกครบทั้งภาษาอังกฤษ-ไทย

ศัพท์ทางไฟฟ้า เป็นคำศัพท์พื้นฐานที่ช่างไฟและคนที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและการผลิตต้องรู้ เพื่อที่จะเข้าใจวัสดุอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคำศัพท์ทางไฟฟ้าพื้นฐานดังต่อไปนี้ ที่เป็นทั้งคำศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่านภาษาไทย เพื่อเป็นความรู้พื้นฐานที่สามารถนำไปต่อยอดต่อการทำงานในอนาคตได้

ช่างมืออาชีพทำงานร่วมกันโดยมีความรู้เรื่องระบบไฟฟ้าและคำศัพท์ทางไฟฟ้า

1. พลังงาน (Energy)

พลังงานไฟฟ้าเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานที่สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานรูปแบบอื่นได้ เช่น พลังงานความร้อน แสงสว่าง หรือพลังงานกล การทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดล้วนอาศัยการเปลี่ยนรูปพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานรูปแบบที่ต้องการใช้งาน

2. ตัวนำไฟฟ้า (Conductor)

ตัวนำไฟฟ้าคือวัสดุที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ดี โดยทั่วไปมักเป็นโลหะ เช่น ทองแดง อะลูมิเนียม เงิน ทอง โดยทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้าที่นิยมใช้มากที่สุดในงานไฟฟ้าทั่วไป เนื่องจากมีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าได้ดีและราคาไม่แพงมาก

3.  ฉนวนไฟฟ้า (Insulator)

ฉนวนไฟฟ้าเป็นวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าหรือนำไฟฟ้าได้น้อยมาก ใช้สำหรับหุ้มตัวนำไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่ว ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากการสัมผัส สำหรับวัสดุที่นิยมใช้ทำฉนวนไฟฟ้า ได้แก่ พลาสติก ยาง เซรามิก แก้ว

4. ขั้วไฟฟ้า (Pole/Terminal)

ขั้วไฟฟ้าเป็นจุดต่อทางไฟฟ้าที่มีสองขั้วคือ 

  • ขั้วบวกและขั้วลบ ในระบบไฟฟ้ากระแสตรง
  • เฟสและนิวทรัล ในระบบไฟฟ้ากระแสสลับ 

การต่อขั้วไฟฟ้าให้ถูกต้องมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของอุปกรณ์

5. กระแสไฟฟ้าสลับ (Alternating Current/AC)

กระแสไฟฟ้าสลับ หรือ AC เป็นกระแสไฟฟ้าที่มีการเปลี่ยนทิศทางการไหลไปมาอย่างสม่ำเสมอ ในประเทศไทยใช้ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านเรือนและอาคารทั่วไปจะเป็นไฟฟ้าแบบกระแสสลับ

6. กระแสไฟฟ้าตรง (Direct Current/DC)

กระแสไฟฟ้าตรง หรือ DC เป็นกระแสไฟฟ้าที่ไหลในทิศทางเดียวตลอดเวลา พบในแบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย และระบบโซลาร์เซลล์ โดยทั่วไปอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะใช้ไฟฟ้ากระแสตรงในการทำงาน

7. วัตต์/กิโลวัตต์/กิโลวัตต์-ชั่วโมง (Watt/Kilowatt/Kilowatt-hour)

  • วัตต์ (Watt หรือ W) เป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้า ที่บอกถึงอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า 
  • กิโลวัตต์ (Kilowatt หรือ kW) เท่ากับ 1,000 วัตต์ 
  • กิโลวัตต์-ชั่วโมง (Kilowatt-hour หรือ kW/h) เป็นหน่วยวัดปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไป เป็นหน่วยที่การไฟฟ้าใช้คิดค่าไฟฟ้า

8. แอมป์ / แอมแปร์ (Ampere)

แอมป์หรือแอมแปร์เป็นหน่วยวัดปริมาณกระแสไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งคำศัพท์ทางไฟฟ้าที่ต้องรู้ เพราะค่ากระแสไฟฟ้ามีความสำคัญในการเลือกขนาดสายไฟและอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

9. โอห์ม (Ohm)

โอห์มเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้า บอกถึงคุณสมบัติของวัสดุในการต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้า ตามกฎของโอห์ม กระแสไฟฟ้าจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับแรงดันไฟฟ้าและเป็นสัดส่วนผกผันกับความต้านทาน

10. โวลต์ (Volt)

โวลต์เป็นหน่วยวัดแรงดันไฟฟ้า ในประเทศไทยใช้ไฟฟ้าแรงดันที่ 220-230 โวลต์สำหรับบ้านเรือนทั่วไป และ 380-400 โวลต์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งการใช้แรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความปลอดภัยอย่างมาก

ช่างมืออาชีพจำเป็นต้องรู้คำศัพท์ทางไฟฟ้าเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

11. วงจรไฟฟ้า (Electric Circuit)

วงจรไฟฟ้าคือเส้นทางการไหลของกระแสไฟฟ้าที่ครบวงจร ประกอบด้วยแหล่งจ่ายไฟ สายไฟ อุปกรณ์ควบคุมและโหลด การออกแบบวงจรไฟฟ้าที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน 

12. วงจรเปิด (Open Circuit)

วงจรเปิดคือสภาวะที่กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลครบวงจรได้ อาจเกิดจากสวิตช์เปิด สายไฟขาด หรือจุดต่อหลุด วงจรเปิดเป็นวิธีการพื้นฐานในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า

13. เฮิรตซ์ (Hertz)

เฮิรตซ์เป็นหน่วยวัดความถี่ของกระแสไฟฟ้าสลับ ที่บอกจำนวนรอบการเปลี่ยนทิศทางของกระแสไฟฟ้าต่อวินาที ซึ่งในประเทศไทยจะใช้ความถี่ที่ 50 เฮิรตซ์ โดยความถี่เหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า

14. แอมมิเตอร์ / โวลต์มิเตอร์ / โอห์มมิเตอร์ (Ammeter/Voltmeter/Ohmmeter)

เป็นเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าที่ใช้สำหรับวัดกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และความต้านทาน

  1. แอมมิเตอร์ (Ammeter)
    เครื่องมือวัดกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในวงจร มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) ต้องต่อแบบอนุกรมเข้ากับวงจร มีความต้านทานภายในต่ำ สามารถวัดได้ตั้งแต่ระดับมิลลิแอมแปร์ถึงหลายแอมแปร์
  2. โวลต์มิเตอร์ (Voltmeter)
    เครื่องมือวัดแรงดันไฟฟ้าระหว่างจุดสองจุด มีหน่วยเป็นโวลต์ (V) ต้องต่อแบบขนานกับจุดที่ต้องการวัด มีความต้านทานภายในสูง สามารถวัดได้ทั้งไฟฟ้า DC และ AC
  3. โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter)
    เครื่องมือวัดความต้านทานไฟฟ้า มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω) จะใช้วัดในสภาวะที่วงจรไม่มีไฟ โดยต่อสายวัดคร่อมอุปกรณ์ที่ต้องการจะวัด สามารถวัดได้ตั้งแต่ระดับโอห์มถึงเมกะโอห์ม

นอกจากนี้ ยังมีมัลติมิเตอร์ (multimeter) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รวมความสามารถในการวัดทั้งสามแบบไว้ในเครื่องเดียว

15. หม้อแปลง (Transformer)

หม้อแปลงใช้เปลี่ยนแปลงระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ สามารถเพิ่มหรือลดแรงดันไฟฟ้าได้ตามต้องการ มีความสำคัญในระบบส่งจ่ายไฟฟ้าและการปรับแรงดันให้เหมาะกับการใช้งาน

16. เฟส (Phase)

เฟสหมายถึงจำนวนสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าไหลในระบบ โดยปกติแล้วระบบไฟฟ้าบ้านทั่วไปจะเป็นระบบแบบเฟสเดียว ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมมักใช้ระบบสามเฟสซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า

17. ระยะเวลาสำรองไฟ (Backup Time)</h2>

Backup Time คือระยะเวลาที่เครื่องสำรองไฟหรือแบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้เมื่อไฟดับ ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่และปริมาณการใช้ไฟ

18. ไฟตก / ไฟเกิน / ไฟกระชาก (Brownout/Overvoltage/Surge)

ไฟตก ไฟเกิน และไฟกระชาก คือปัญหาไฟฟ้าที่พบบ่อย และสามารถสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ จึงควรติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

19. โหลด  (Load)

โหลด (Load) ในระบบไฟฟ้าหมายถึงอุปกรณ์หรือวงจรที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อทำงาน เช่น หลอดไฟ มอเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ การคำนวณขนาดโหลดรวม (Total Load) มีความสำคัญในการออกแบบระบบไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่าระบบสามารถรองรับกำลังไฟฟ้าที่ต้องการได้อย่างเพียงพอและมีความปลอดภัย ทั้งยังเป็นการป้องกันการทำงานเกินพิกัดของสายไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการวางแผนสำรองไฟในกรณีฉุกเฉินด้วย

20. ความต้านทาน (Resistance)

ความต้านทานเป็นคุณสมบัติที่ขัดขวางการไหลของกระแสไฟฟ้า มีทั้งแบบที่ต้องการเพื่อควบคุมกระแส และแบบที่ไม่ต้องการซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียพลังงาน

คำศัพท์ทั้ง 20 คำนี้เป็นคำศัพท์ทางไฟฟ้าพื้นฐานที่ควรรู้ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องปั่นไฟ อีกทั้งคุณยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และหากว่าคุณกำลังมองหาเครื่องปั่นไฟ S.E.A. Power Gent รับติดตั้งเครื่องปั่นไฟคุณภาพเยี่ยม มีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาทุกกระบวนการ ตั้งแต่เลือกซื้อไปจนถึงการดูแลรักษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 097-146-3594

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Electrical Jargon Explained. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 จาก https://www.tradeskills4u.co.uk/blog/electrical-jargon-explained