หลายคนคงเคยไปสนามบิน หรืออย่างน้อยก็เคยเห็นเครื่องบินในรูปหรือในโทรทัศน์กันมาบ้าง สังเกตไหมครับว่าใต้ปีกเครื่องบินจะมีเครื่องอะไรสักอย่างรูปทรงคล้ายโอ่งติดอยู่ นั่นแหละครับคือ เครื่องยนต์กังหันก๊าซ (Gas Turbine) หนึ่งในตระกูล “เทอร์ไบน์” หรือกังหัน ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่อยู่เบื้องหลังไฟฟ้าเกือบทั้งหมดที่เราใช้กันทุกวันนี้ ตั้งแต่โรงไฟฟ้าพลังไอน้ำ เขื่อนผลิตไฟฟ้า ไปจนถึงกังหันลมยักษ์กลางทะเล หลักการของกังหันจริง ๆ แล้วเรียบง่ายมาก คือเหมือนกังหันลมกระดาษที่เราเป่าตอนเด็ก เป่าลมใส่ ใบพัดหมุน เพียงแต่วิศวกรเปลี่ยน “ลมปาก” เป็นไอน้ำแรงดันสูง ก๊าซร้อนจัด น้ำจากเขื่อน หรือลมธรรมชาติ แล้วเอาแรงหมุนนั้นไปปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า บทความนี้จะพาไปรู้จักกังหันครบทั้ง 4 ตระกูล เข้าใจวัฏจักร Brayton และ Rankine แบบภาษาคน และปิดท้ายด้วยการเปรียบเทียบว่ากังหันกับเครื่องยนต์ดีเซลลูกสูบ แบบไหนเหมาะเป็นไฟสำรองของธุรกิจคุณ
กังหัน (Turbine) คืออะไร แล้วปั่นไฟได้อย่างไร
กังหัน คือ เครื่องจักรกลที่เปลี่ยนพลังงานของ “ของไหล” ที่เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นไอน้ำ ก๊าซร้อน น้ำ หรือลม ให้กลายเป็นพลังงานกลในรูปการหมุนของเพลา เมื่อเอาเพลานั้นไปต่อกับ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ซึ่งภายในมีขดลวดและสนามแม่เหล็ก การหมุนจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าตามหลักการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าของฟาราเดย์ พูดง่าย ๆ คือ กังหันทำหน้าที่ “หมุน” ส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำหน้าที่ “เปลี่ยนการหมุนเป็นไฟฟ้า” สองชิ้นนี้จับคู่กันเสมอในโรงไฟฟ้าทุกประเภท ต่างกันแค่ว่าใช้อะไรมาหมุนกังหันเท่านั้นเอง สำหรับระบบไฟฟ้าบ้านเราที่ใช้ความถี่ 50 เฮิรตซ์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องถูกหมุนด้วยความเร็วรอบคงที่ที่สัมพันธ์กับจำนวนขั้วแม่เหล็ก เช่น เครื่องแบบ 2 ขั้วต้องหมุน 3,000 รอบต่อนาที นี่คือเหตุผลที่ระบบควบคุมความเร็วรอบของกังหันสำคัญมาก
กังหันไอน้ำ (Steam Turbine) กำลังหลักของโรงไฟฟ้าทั่วโลก
กังหันไอน้ำทำงานตาม วัฏจักรแรงคิน (Rankine Cycle) อธิบายแบบบ้าน ๆ คือ “ต้มน้ำให้เดือดเป็นไอแรงดันสูง เอาไอไปเป่าใบพัด แล้วควบแน่นไอกลับเป็นน้ำมาต้มใหม่” วนแบบนี้ไม่รู้จบ ความร้อนที่ใช้ต้มน้ำจะมาจากอะไรก็ได้ ทั้งถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ชีวมวล ขยะ หรือแม้แต่ปฏิกิริยานิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนแทบทั้งหมดในโลกจึงมีกังหันไอน้ำเป็นหัวใจ ไอน้ำจะถูกปล่อยผ่านกังหันหลายชุดไล่ระดับแรงดัน ตั้งแต่ชุดแรงดันสูง กลาง จนถึงต่ำ เพื่อรีดพลังงานออกมาให้หมดจดที่สุด กังหันไอน้ำเครื่องใหญ่ ๆ มีกำลังผลิตได้ถึงระดับหลายร้อยเมกะวัตต์ต่อเครื่อง ใครอยากรู้จักชนิดย่อยของกังหันไอน้ำ ทั้งแบบอิมพัลส์ แบบรีแอคชั่น และการใช้งานแต่ละแบบ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความชนิดของกังหันไอน้ำและการประยุกต์ใช้งานครับ
กังหันก๊าซ (Gas Turbine) เครื่องยนต์เดียวกับเครื่องบินเจ็ท
กังหันก๊าซเป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนพลังงานในรูปของเชื้อเพลิงให้อยู่ในรูปพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้ เช่น พลังงานจากเพลา หรือแรงขับความเร็วสูงของเครื่องบินเจ็ท การทำงานเป็นไปตาม วัฏจักรเบรย์ตัน (Brayton Cycle) ซึ่งสรุปเป็นภาษาง่าย ๆ ได้ 3 จังหวะ คือ “อัด เผา ขยาย” โดยมีอุปกรณ์พื้นฐาน 3 ส่วนทำงานต่อเนื่องกัน
- คอมเพรสเซอร์ (Compressor) — อัดอากาศที่ไหลเข้ามาให้มีความดันสูงหลายเท่า อากาศจะร้อนขึ้นจากการอัด แล้วป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้
- ห้องเผาไหม้ (Combustion Chamber) — หัวฉีดฉีดเชื้อเพลิง เช่น โพรเพนหรือก๊าซธรรมชาติ เข้าผสมกับอากาศอัดแล้วจุดระเบิดเผาไหม้ต่อเนื่อง เพิ่มความเร็วและความดันของก๊าซอย่างมหาศาล เนื่องจากอากาศไหลผ่านเร็วมาก ภายในจึงต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า “กระป๋องเปลวไฟ” (Flame Holder) ช่วยตรึงเปลวไฟไม่ให้ดับ
- ตัวกังหัน (Turbine) — ก๊าซร้อนความดันสูงพุ่งผ่านใบพัดกังหัน เปลี่ยนพลังงานก๊าซเป็นการหมุน กำลังงานส่วนหนึ่งถูกวนกลับไปขับคอมเพรสเซอร์ ส่วนที่เหลือคือกำลังสุทธิที่เอาไปใช้งาน เช่น ปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ในเครื่องยนต์บางแบบกังหันมี 2 ชุดแยกกัน ชุดแรกเพลาเดียวกับคอมเพรสเซอร์ อีกชุดเป็นเพลาอิสระ (Free Turbine) ไว้ขับโหลด เช่น ใบพัดเฮลิคอปเตอร์ โดยทั้งสองเพลาซ้อนแกนเดียวกันแต่หมุนอิสระต่อกันด้วยชุดลูกปืน
3 ชนิดของเครื่องยนต์กังหันก๊าซในอากาศยาน
- Turbojet — ให้แรงขับด้วยการเร่งความเร็วมวลอากาศทั้งหมดที่ผ่านเครื่องยนต์ กังหันรีดพลังงานจากไอเสียเพียงพอสำหรับหมุนคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์เท่านั้น แรงขับ 100% มาจากไอพ่นก๊าซร้อนที่พุ่งออกท้ายเครื่อง
- Turboprop — เปลี่ยนพลังงานก๊าซเป็นพลังงานกลไปหมุนใบพัดเครื่องบินผ่านชุดเฟืองทดรอบ แรงขับราว 90% มาจากใบพัด และไม่ถึง 10% มาจากไอเสีย เหมาะกับเครื่องบินความเร็วปานกลาง
- Turbofan — มีพัดลมขนาดใหญ่ (Fan) อยู่หน้าสุดในโครงหุ้ม Fan Duct มวลอากาศจากพัดลมส่วนหนึ่งไหลอ้อมเครื่องยนต์ แรงขับมากกว่า 75% มาจากอากาศของพัดลม และน้อยกว่า 25% มาจากไอเสียร้อน ประหยัดเชื้อเพลิงและเงียบกว่า จึงเป็นแบบที่เครื่องบินโดยสารยุคใหม่ใช้กันแทบทั้งหมด
นอกจากบนเครื่องบินแล้ว กังหันก๊าซยังใช้ในโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ ซึ่งมักเป็นเครื่องจ่ายไฟเสริมช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) เพราะสตาร์ทได้เร็วกว่าโรงไฟฟ้าไอน้ำมาก มีกำลังผลิตตั้งแต่ราว 1–60 เมกะวัตต์ต่อเครื่องขึ้นไปจนถึงเครื่องขนาดใหญ่ระดับหลายร้อยเมกะวัตต์ อีกทั้งยังใช้เป็นเครื่องต้นกำลังขับปั๊มขนาดใหญ่ ขับเรือรบ เรือเร็ว หรือแม้แต่มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษอย่าง Y2K ที่ใช้เครื่องยนต์กังหันจากเฮลิคอปเตอร์ก็เคยมีมาแล้ว และเมื่อนำกังหันก๊าซมาทำงานร่วมกับกังหันไอน้ำในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Cycle) โดยเอาไอเสียร้อนจากกังหันก๊าซไปต้มน้ำผลิตไอน้ำต่อ จะได้ประสิทธิภาพรวมสูงที่สุดในบรรดาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล

กังหันน้ำ (Hydro Turbine) พลังจากเขื่อน
กังหันน้ำเปลี่ยนพลังงานของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำเป็นการหมุน ยิ่งระดับน้ำต่างกันมาก (Head สูง) และปริมาณน้ำมาก พลังงานยิ่งเยอะ กังหันน้ำยอดนิยมมี 3 ตระกูล คือ เพลตัน (Pelton) สำหรับหัวน้ำสูงมาก ใช้หัวฉีดยิงลำน้ำใส่ถ้วยรับ ฟรานซิส (Francis) แบบอเนกประสงค์ที่ใช้แพร่หลายที่สุดในเขื่อนขนาดกลางถึงใหญ่ และ แคปลัน (Kaplan) ใบพัดปรับมุมได้คล้ายใบจักรเรือ เหมาะกับหัวน้ำต่ำแต่ปริมาณน้ำมาก จุดเด่นของไฟฟ้าพลังน้ำคือสตาร์ทเร็ว ปรับกำลังผลิตได้ไว จึงเหมาะเป็นกำลังผลิตช่วงพีคและช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
กังหันลม (Wind Turbine) กังหันที่ไม่ต้องซื้อเชื้อเพลิง
กังหันลมสมัยใหม่คือเสายักษ์พร้อมใบพัด 3 ใบที่เก็บเกี่ยวพลังงานจลน์ของลมโดยตรง ใบพัดถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เหมือนปีกเครื่องบิน คือใช้แรงยก (Lift) ไม่ใช่แรงปะทะ ทำให้หมุนได้แม้ลมไม่แรงมาก การหมุนช้า ๆ ของใบพัดถูกทดรอบขึ้นผ่านชุดเกียร์ไปขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในห้องเครื่อง (Nacelle) บนยอดเสา ประเทศไทยก็มีทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่ เช่น แถบเขาคอกม้า จังหวัดนครราชสีมา และชายฝั่งภาคใต้ ข้อจำกัดสำคัญคือผลิตไฟได้เฉพาะตอนมีลม จึงต้องมีแหล่งผลิตอื่นสำรองเสมอ อ่านกลไกละเอียดได้ในบทความกังหันลมผลิตไฟฟ้าทำงานอย่างไร
สรุปเทียบกังหันทั้ง 4 ตระกูลในตารางเดียว
| ชนิดกังหัน | ของไหลที่ใช้หมุน | วัฏจักร/หลักการ | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|---|
| กังหันไอน้ำ | ไอน้ำแรงดันสูง | Rankine (ต้ม-เป่า-ควบแน่น) | โรงไฟฟ้าถ่านหิน ชีวมวล นิวเคลียร์ โรงงานน้ำตาล |
| กังหันก๊าซ | ก๊าซร้อนจากการเผาไหม้ | Brayton (อัด-เผา-ขยาย) | เครื่องบิน โรงไฟฟ้าพีค/พลังความร้อนร่วม เรือ |
| กังหันน้ำ | น้ำจากที่สูง | พลังงานศักย์เป็นพลังงานกล | เขื่อนผลิตไฟฟ้า ไฟฟ้าชุมชนขนาดเล็ก |
| กังหันลม | ลมธรรมชาติ | แรงยกอากาศพลศาสตร์ | ทุ่งกังหันลมบนบกและนอกชายฝั่ง |
กังหัน vs เครื่องยนต์ดีเซลลูกสูบ อะไรเหมาะเป็นไฟสำรองของคุณ
มาถึงคำถามที่ใกล้ตัวธุรกิจที่สุด ทั้งกังหันก๊าซและเครื่องยนต์ดีเซลลูกสูบต่างปั่นไฟได้เหมือนกัน แต่จุดที่ต่างคือขนาด ต้นทุน และพฤติกรรมการใช้งาน กังหันก๊าซได้เปรียบเมื่อต้องการกำลังมหาศาลในน้ำหนักเบา เดินเครื่องต่อเนื่องยาว ๆ ด้วยก๊าซธรรมชาติ แต่มีจุดอ่อนคือราคาต่อกิโลวัตต์สูง สตาร์ทรับโหลดเต็มช้ากว่า สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากเมื่อเดินโหลดต่ำ และการซ่อมบำรุงต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลลูกสูบสตาร์ทติดและรับโหลดได้ภายในไม่กี่วินาที ทนต่อการเดิน-หยุดบ่อย ประสิทธิภาพดีแม้โหลดไม่เต็มพิกัด อะไหล่และช่างหาได้ทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้ไฟสำรองฉุกเฉิน (Standby) ของโรงงาน โรงพยาบาล อาคาร และดาต้าเซ็นเตอร์เกือบทั้งหมดทั่วโลกจึงเลือกเครื่องปั่นไฟดีเซล ส่วนกังหันเหมาะกับโรงไฟฟ้าหลักและอุตสาหกรรมที่ใช้ไอน้ำร่วมด้วย สำหรับผู้สนใจเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์สายกังหัน ดูเพิ่มเติมได้ที่หมวดสินค้า Turbines ของเรา
| หัวข้อ | กังหันก๊าซ | เครื่องปั่นไฟดีเซลลูกสูบ |
|---|---|---|
| เวลาสตาร์ทรับโหลด | หลายนาที | ไม่กี่วินาที (ผ่านชุด ATS) |
| ประสิทธิภาพที่โหลดต่ำ | ตกมาก | ยังดี |
| เงินลงทุนต่อ kW | สูง | ต่ำกว่า |
| การซ่อมบำรุงในไทย | ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง | ช่างและอะไหล่หาง่ายทั่วประเทศ |
| งานที่เหมาะ | โรงไฟฟ้าหลัก งานเดินต่อเนื่อง | ไฟสำรองฉุกเฉิน งานภาคสนาม ไฟหลักนอกสายส่ง |
เกร็ดน่ารู้ การดูแลรักษาเครื่องจักรหมุนให้อยู่ยาว
ไม่ว่าจะเป็นกังหันหรือเครื่องยนต์ลูกสูบ ศัตรูตัวเดียวกันคือ การสั่นสะเทือนผิดปกติ ความร้อนสะสม และการหล่อลื่นที่บกพร่อง โรงไฟฟ้าจึงมีระบบตรวจวัดการสั่นและอุณหภูมิแบริ่งตลอดเวลา ส่วนเครื่องปั่นไฟดีเซลก็ต้องการการบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามระยะเช่นกัน ทั้งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง ตรวจระบบหล่อเย็น และการเดินเครื่องทดสอบพร้อมโหลดสม่ำเสมอ เครื่องที่ถูกปล่อยจอดนิ่งนานหลายเดือนโดยไม่เคยติดเครื่องเลย มักสตาร์ทไม่ติดในวันที่ไฟดับจริงซึ่งเป็นวันที่ต้องการมันที่สุดพอดี การวางแผนดูแลล่วงหน้าจึงคุ้มกว่าการซ่อมฉุกเฉินเสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กังหันเปลี่ยนการหมุนเป็นไฟฟ้าได้อย่างไร
เพลาของกังหันต่อกับโรเตอร์ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เมื่อโรเตอร์ซึ่งมีสนามแม่เหล็กหมุนตัดผ่านขดลวด จะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าตามหลักฟาราเดย์ ความเร็วรอบต้องคงที่เพื่อให้ได้ความถี่ไฟ 50 เฮิรตซ์ตามมาตรฐานไทย
วัฏจักร Brayton กับ Rankine ต่างกันอย่างไรแบบสั้นที่สุด
Brayton คือวัฏจักรของกังหันก๊าซ ใช้ก๊าซร้อนจากการเผาไหม้โดยตรงในจังหวะ อัด-เผา-ขยาย ส่วน Rankine คือวัฏจักรของกังหันไอน้ำ ใช้การต้มน้ำเป็นไอ เป่ากังหัน แล้วควบแน่นกลับเป็นน้ำวนใช้ใหม่
ทำไมเครื่องบินโดยสารสมัยใหม่ใช้เครื่องยนต์ Turbofan
เพราะแรงขับส่วนใหญ่กว่า 75% มาจากมวลอากาศของพัดลมด้านหน้าซึ่งประหยัดเชื้อเพลิงและเงียบกว่าการพ่นไอเสียล้วนแบบ Turbojet จึงเหมาะกับการบินระยะไกลเชิงพาณิชย์
โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซเหมาะกับบทบาทไหนในระบบไฟฟ้า
มักใช้เป็นกำลังผลิตเสริมช่วงความต้องการไฟสูงสุด เพราะสตาร์ทเร็วกว่าโรงไฟฟ้าไอน้ำ และเมื่อทำงานร่วมกับกังหันไอน้ำเป็นระบบพลังความร้อนร่วม จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล
ธุรกิจทั่วไปควรใช้กังหันหรือเครื่องปั่นไฟดีเซลเป็นไฟสำรอง
สำหรับไฟสำรองฉุกเฉินของโรงงาน อาคาร โรงพยาบาล เครื่องปั่นไฟดีเซลลูกสูบตอบโจทย์กว่า เพราะรับโหลดได้ในไม่กี่วินาที ลงทุนต่ำกว่า และดูแลง่ายกว่า กังหันเหมาะกับโรงไฟฟ้าและงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เดินเครื่องต่อเนื่อง
ปรึกษาเรื่องเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กังหัน และระบบไฟสำรองสำหรับธุรกิจได้ที่ บริษัท เอส.อี.เอ. พาวเวอร์ เจ็นท์ จำกัด โทร 097-146-3594 / 080-056-0777 หรือชมสินค้าในหมวด Turbinesได้เลยครับ